7 ข้อสังเกตในการเลือกทนายความ

1.”ประวัติดี”-ก่อนว่าจ้างทนายความควรสืบประวัติของทนายความผู้นั้นจากลูกความที่เคยใช้บริการหลายๆคน อย่าเชื่อหน้าม้าหรือผู้ที่แนะนำให้ท่านรู้จักทนายความ
คนนั้นเพียงคนเดียว ซึ่งข้อนี้อาจจะทำได้ยากซักหน่อยสำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่มีที่ไม่ได้มีพรรคพวกมากหรือไม่เคยมีคดีความมาก่อน จึงควรใช้วิธีการสังเกตในข้อต่อๆไป

2.”มีข้อกฎหมายอ้างอิง” – ในการทำงานของทนายความ ทุกๆคดี จะต้องอาศัยตัวบทกฎหมาย ตำรากฎหมาย ความเห็นของอาจารย์กฎหมาย วิทยานิพนธ์
และคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างอิง ในการวางรูปคดี ดังนั้นในการตอบคำถามของทนายความเบื้องต้น หากท่านซักไซ้ไล่เรียงถึงข้อกฎหมายที่ใช้อ้างอิงในการตอบ
ทนายความผู้นั้นย่อมอธิบายข้อกฎหมายที่ใช้อ้างอิงประกอบคำตอบได้ พึงหลีกเลี่ยงทนายความประเภทตอบคำถามแบบไม่มีอะไรอ้างอิง เช่นว่า “คดีชนะอยู่แล้ว”
“คดีแบบนี้สู้ได้ๆ” ”สบายมาก” แต่พอถามว่าเหตุใดจึงจะชนะกลับตอบเหตุผลไม่ได้

3.”แม่นยำในข้อเท็จจริง” ในการทำงานของทนายความนอกจากจะต้องอาศัยข้อกฎหมายแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ข้อกฎหมายคือข้อเท็จจริง ซึ่งข้อเท็จจริงนั้น
อาจนิยามได้หมายถึง “เหตุการณ์และพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดี” เพราะแม้ทนายความผู้นั้นจะรู้ตัวบทกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกา
ตลอดจนเจนจบตำรากฎหมายมากมายอย่างไร แต่หากไม่รู้จักวิธีสืบเสาะข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานที่ดีแล้ว ก็ไม่อาจทำงานคดีให้สำเร็จไปได้
โดยเราอาจสังเกตลักษณะของทนายความที่แน่นข้อเท็จจริงได้จากการสอบถามตัวลูกความทนายความที่ดีจะต้องสอบถามทุกแง่มุมของคดีอย่างละเอียด
ไม่ใช่ถามคำถามท่านสามสี่คำแล้วบอกคดีชนะแน่ แล้วรีบพูดถึงเรื่องค่าว่าความ เพราะตอนที่ท่านขึ้นศาลท่านจะต้องถูกทนายความฝ่ายตรงข้ามสอบถาม
อย่างละเอียดเพื่อจับพิรุธเช่นกัน อีกทั้งทนายความที่ดี จะไม่สอบถามข้อเท็จจริงจากท่านเพียงคนเดียวแต่จะสอบถามพยานบุคคลทั้งฝ่ายของท่านและฝ่ายอื่น
ประกอบการเตรียมคดีด้วย และในคดีอาญาหรือคดีแพ่งเกี่ยวกับที่ดินส่วนใหญ่ทนายความที่ดีจะต้องออกไปสำรวจสถานที่เกิดเหตุเสมอ ยกเว้นบางคดีที่ไม่มี
ประเด็นเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุ เช่นคดีปลอมเอกสาร ไม่ใช่ทำคดีพยายามฆ่าในเวลากลางคืน มีประเด็นเกี่ยวกับแสงไฟ ความใกล้ไกลในการมองเห็นของพยาน
เยอะแยะแต่ทนายความกลับนั่งตากแอร์เตรียมคดีอยู่แต่ในบนโต๊ะทำงาน

4.”อย่าตัดสินที่เปลือกนอก” โปรดจำไว้ว่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ดูดี สำนักงานที่โอ่โถง หรือรถยนต์ที่หรูหรา ของทนายความหรือแม้กระทั่งอายุของทนายความ
ไม่ใช่สิ่งบ่งบอกถึงความรับผิดชอบความสามารถ หรือความสามารถ ในการทำงานของทนายความ อย่าให้ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนในการตัดสินใจเลือกทนายความของคุณมากจนเกินไป
เพราะมีทนายความจำนวนไม่น้อยที่ร่ำรวยมาจากการหากินบนความเดือดร้อนของผู้อื่น และทนายความ18มงกุฎเหล่านี้ก็ทราบดีว่าโดยทั่วไปมักตัดสินใจเลือกทนายความจากเปลือกนอกเหล่านี้
จึงมักสร้างภาพลักษ์ภายนอกให้ดูโอ่โถง ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านปัจจัยเรื่องเสื้อผ้ากับรถยนต์นั้นมักไม่ค่อยมีความสัมพันธ์กับความสามารถของทนายความซะเท่าไหร่
เพราะเท่าที่สัมผัสพบว่ามีทนายความขับรถเก่าๆแต่งตัวธรรมดา เหมือนชาวบ้านธรรมดา แต่สามารถเตรียมคดีได้อย่างรอบคอบ ถามความได้อย่างหลักแหลม
แต่ทนายความบางคนแต่งตัวดี จนคนนึกว่าจะไปเดินแบบมากกว่าไปว่าความ ไปว่าความครั้งหนึ่งต้องมีเสมียนเดินตาม ขับรถหรูหรา แต่ไม่เคยได้เตรียมคดีเลย
เพราะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นหมด แถมถามความแบบขอไปที

5.“มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง” ปัจจัยเรื่องที่อยู่ของสำนักงานนั้นนับว่าท่านควรพิจารณา ท่านพึงหลีกเลี่ยงทนายความที่ไม่มีสำนักงานหรือที่อยู่ติดต่อเป็นหลักแหล่ง
และพยายามปิดบังที่อยู่ของเขากับท่าน ซึ่งท่านมักจะได้รับการแนะนำมาจากคนรู้จัก หรือจากตำรวจ(ที่จับท่านหรือญาติพี่น้องของท่านมานั่นแหละ)
หรือรู้จักเนื่องจากเดินอยู่ในศาล หรือใครไม่รู้ที่ศาลแนะนำมา โดยเฉพาะทนายความที่ท่านได้รับการแนะนำมาจาก ตำรวจกับนายประกันบางส่วนให้พึงหลีกเลี่ยงให้จงหนัก
เพราะทนายความเหล่านี้มักมีผลประโยชน์ร่วมกันกับตำรวจและนายประกันเหล่านั้น เขาไม่สนใจว่าคุณจะติดคุกหรือเปล่า เขาแค่ต้องการให้คดีคุณจบเร็วๆ
ตำรวจจะได้เสร็จงานและนายประกันจะได้เงินคืนไวๆ สำนักงานทนายความที่ดีไม่จำเป็นต้องหรูหราหรือใหญ่โต ทนายความที่มีฝีมือจำนวนมากก็มิได้มีสำนักงานทนายความ
แต่ทำงานที่บ้านของตัวเอง แต่อย่างไรเสีย ทนายความที่ดีก็ควรมีที่อยู่ที่แน่นอนที่ท่านสามารถติดตามและไปมาหาสู่ได้ ไม่ใช่นัดคุยกันที่ก็นัดกันที่ร้านกาแฟหรือร้านอาหาร

6.”ตกลงเรื่องค่าว่าความชัดเจน” การเรียกค่าว่าความนั้นไม่มีการกำหนดราคาตายตัว เป็นความพึงพอใจส่วนตัวระหว่างทนายความและลูกความ
แต่ทนายความที่ดีจะต้องกำหนดค่าว่าความกับท่านไว้อย่างชัดเจน ไม่ใช่ทำไปเรียกไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด และสามารถอธิบายได้ว่า ทำไมจึงเรียกค่าว่าความสูงเป็นเงินจำนวนเท่านี้

7.“มีการประเมินโอกาสคดีก่อนรับว่าความ” โดยสามารถชี้แจงได้ว่า คดีของท่านมีทางได้ทางเสียอย่างไร มีโอกาสแพ้ชนะคดีแค่ไหน เพราะเหตุใด
มิใช่รับคดีไปแล้วก็ยังตอบไม่ได้ว่าคดีมีโอกาสแพ้ชนะแค่ไหน พึงหลีกเลี่ยงทนายความที่นิยมบอกว่าคดีนี้ชนะแน่นอน 100เปอร์เซ็นต์
เพราะการว่าความมีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลกระทบต่อการแพ้ชนะคดี ซึ่งปัจจัยบางอย่างก็ไม่อาจควบคุมได้ เช่นตัวผู้พิพากษา
ซึ่งพยานหลักฐานข้อเท็จจริงบางอย่างตัวทนายความเองก็ไม่รู้ เช่นพยานหลักฐานหรือพยานบุคคลของฝ่ายตรงข้าม บางครั้งพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงบางอย่าง
ก็เพิ่งโผล่มาภายหลัง ไม่มีใครบอกท่านได้ว่าคดีของท่านจะชนะได้อย่างแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ (ยกเว้นคดีแพ่งง่ายๆบางประเภท เช่นเรื่องกู้ยืม จำนอง )
เพราะทนายความเป็นเพียงผู้เสนอข้อเท็จจริงต่อศาล ไม่ใช่คนตัดสินคดี ทนายความทำได้แต่เพียงประเมินว่าคดีมีโอกาสแพ้ชนะมากน้อยเพียงใดเท่านั้นโดยพิจารณา
จากพยานหลักฐานที่ฝ่ายตนเองมีอยู่

ต้องการหาทนาย หาทนายว่าความใน เพื่อดูแลคดีของท่าน หรือมีข้อสอบถามปรึกษาทนายเกี่ยวกับคดีความต่างๆ ที่ทำให้คุณเป็นกังวล เราทีมทนายที่สุดยอด พร้อมให้คำปรึกษาและรับทำคดี เช่น ต้องการหาทนายความ คดีที่ดิน คดีอย่าร้าง การรับบุตรบุญธรรม คดีความต่างๆ  เรามีทีมงานที่พร้อมให้บริการปรึกษา รับว่าความ คดีที่ดิน มรดก และคดีต่างๆ ด้วยทีมทนาย

บริการปรึกษากฎหมายทนายความ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s